<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://pre.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9622</link>
<guid isPermaLink="false">cedb59eecf8b4ea96a82c3a1a8ae92c7</guid>
<pubDate>Sun, 01 Aug 2021 14:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร :&nbsp;</strong>ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมืองแพร่ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร แต่เดิมนั้นเป็นวัดราษฎร์ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้ยกฐานะ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ประเภทวรวิหาร นั้นวัดพระบาทมิ่งเมืองมาจากสองวัดรวมกัน ได้แก่ วัดพระบาท และวัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ห่างกันเพียงมีถนน กั้นเท่านั้น วัดพระบาทเป็นวัดของอุปราชหรือเจ้าหน้าหอ ส่วนวัดมิ่งเมืองเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่เมื่อเมือง แพร่ล้มเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร วัดทั้งสองก็ถูกทอดทิ้งอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากกระทั่ง คณะกรรมการ จังหวัดเห็นสมควรรวมสองวัดเข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมือง มาจนทุกวัน ปัจจุบันวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่และยังมีพระเจดีย์มิ่งเมือง ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีรอย พระพุทธบาทจำลองอยู่ภายใน นอกจากนี้วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิยาขอบอนุสรณ์เพื่อระลึกถึง &quot;ยาขอบ&quot;หรือ นายโชติ แพร่พันธุ์ นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็นทายาทเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้าย</p>

<p>ตามป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยวบอกข้อมูลไว้ว่า &ldquo;วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ไม่ปรากฎว่าสร้างขึ้นเมื่อใดแต่เดิมแยกเป็น 2 วัด คือวัดพระบาทอันมีจุดเด่นที่รอยพระพุทธบาท เป็นวัดของเจ้าผู้ครองนคร และวัดมิ่งเมือง ซึ่งมีพระธาตุมิ่งเมืองเป็นของสำคัญ เป็นวัดของอุปราช ต่อมาภายหลัง เมื่อไม่มีเจ้าครองนครแล้วทางราชการจึงให้รวมวัดทั้งสองเข้าด้วยกัน และมีการบูรณะวัดอีกหลายครั้ง ครั้งสำคัญคือ การสร้างพระอุโบสถใหม่เนื่องจากหลังเก่าถูกไฟไหม้ไปจนหมดสิ้น&rdquo;</p>

<p><strong>ความสำคัญต่อชุมชน</strong><br />
เป็นพระอารามหลวงแห่งเดียวในจังหวัดแพร่ จัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวแพร่ ในวัดมีเจดีย์มิ่งเมือง และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี อันเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง นอกจากนี้ยังเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์ปักด้วยไหม พระคัมภีร์ที่ตัวอักขระ ประดิษฐ์ขึ้นจากการปักด้วยไหมทีละตัว นับเป็นศิลปวัตถุชิ้นเอกชิ้นหนึ่งของจังหวัดแพร่</p>

<p><strong>ลักษณะสถาปัตยกรรม</strong><br />
โบสถ์เป็นศิลปแบบรัตนโกสินทร์<br />
<br />
<strong>เส้นทางเข้าสู่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร</strong><br />
เดินทางโดยรถยนต์ตามถนนเจริญเมืองเข้าทางสี่แยกประตูชัย จะอยู่ฟากซ้ายมือของถนน ห่างจากประตูชัยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๑๒๐ เมตร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/2024011052e304abe815672917cbc81f245c9d00160004.jpg' type='image/jpg' length='71956' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9624</link>
<guid isPermaLink="false">7bda0399118d0022b353f29ad440e11d</guid>
<pubDate>Fri, 30 Jul 2021 14:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8="">เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88">แพร่</a>มาแต่โบราณ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีขาล มีงานนมัสการพระธาตุในราวเดือน 4 ของทุกปี</p>

<p data-v-19f09fe8="" data-v-229087d8=""><a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94">วัด</a>พระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดที่ตั้งอยู่เนินเขาเตี้ยสูงประมาณ 28 เมตร องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม3 ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำ และชุดท้องไม้แปดเหลี่ยมซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง 1 ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้นจนถึง องค์ระฆัง แปดเหลี่ยมถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉนส่วนยอดฉัตรประดับ ตกแต่งด้วยเครื่อง บนแบบล้านนา มีรั้วเหล็ก รอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตูเข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม ทุกปีจะมีประเพณีการไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เดิมจะจัด 5 วัน 5 คืน ได้เปลี่ยนแปลงเป็น 7 วัน 7 คืน วันแรกของงาน จะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 6เหนือ เดือน 4 ไต้ของทุกปีซึ่งถือว่าการจัดงานไหว้พระธาตุช่อแฮ ยึดถือตาม จันทรคติเป็นหลัก ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมือง<a href="https://thai.tourismthailand.org/Search-result/tagword/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88">แพร่</a>&nbsp;แห่ตุงหลวง ในการจัดงานมีขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ประกอบ ไปด้วยริ้ว ขบวนของทุกอำเภอ การฟ้อนรำ ขบวนช้างเจ้าหลวง และเครื่องบรรณาการ ขบวนแห่กังสดาลขบวนแห่หมากเป็ง ขบวนต้นผึ้ง ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศี ซึ่งประกอบด้วยขบวนตุง 12 ราศี ขบวนข้าวตอกดอกไม้ ต้นหมาก ต้นผึ้ง ต้นดอก ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศี ขบวนกังสดาล ขบวนตุงขบวนฟ้อนรำการเทศน์และมีการเทศน์และฟังเทศน์มหาชาติ มหาเวสสันดรชาดก ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับกลางคืนมีมหรสพสมโภชตลอดงาน สำหรับสิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีขาลโดยพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล) พระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุ1 ใน12 ราศี คือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิด สำหรับคน ที่เกิดปีเสือ (ปีขาล) หากนำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้ การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม 3 จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ 5 จบ พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรม สารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด 1. หลวงพ่อช่อแฮเป็นพระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ ศิลปะล้านนา เชียงแสน สุโขทัย 2. พระเจ้าทันใจหรือหลวงพ่อทันใจ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิปูนปั้น ลงรักปิดทอง 3. พระพุทธโลกนารถบพิตร และวิหารศิลปะล้านนาประยุกต์เป็นพระพุทธรูปปางพระนาคปรก ประดิษฐานอยู่ในวิหารศิลปะลานนาประยุกต์ ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนังอย่างสวยงาม สร้างขึ้น ในปี 2534 โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) 4. พระเจ้านอนเป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดแพร่เคารพนับถือ ก่อนจะขึ้นไหว้องค์พระธาตุช่อแฮ ชาวบ้านมักจะแวะไหว้พระเจ้านอนก่อนเสมอ สร้าง เมื่อขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 2459 เป็นพระเจ้านอนศิลปะพม่า 5. ธรรมมาสน์โบราณ มีความสวยงามวิจิตรบรรจง ลวดลายไทยผสมศิลปะทางล้านนา 6. กรุอัฐิครูบาศรีวิชัยบรรจุอัฐิธาตุส่วนที่ 5 จากจำนวน 7 ส่วนของครูบาศรีวิชัย 7. บันไดนาคโบราณภายในวัดพระธาตุช่อแฮมีบันไดนาค อยู่ 4 ด้าน และบันไดสิงห์ 1 ด้าน รวม 5 บันได ซึ่งล้วนมีความยาวและจำนวนขั้นไม่เท่ากัน 8. เจ้ากุมภัณฑ์มีความเชื่อว่า นาคที่เฝ้าบันไดกุมภัณฑ์ ด้านทิศตะวันออกขององค์พระธาตุช่อแฮ ชอบหนีออกไปเล่นน้ำที่ลำน้ำแม่สาย หมู่บ้านใน เป็นประจำ ชาวบ้านจึงสร้างเจ้ากุมภัณฑ์นั่งทับขดหางนาคไว้ เพื่อมิให้หนีไปเล่นน้ำอีก 9. แผ่นศิลาจารึกตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระเจ้าทันใจ จารึกเรื่องราวการสร้างบันไดด้านทิศตะวันตกและสวนรุกขชาติช่อแฮ สำหรับการเดินทางวัดพระธาตุช่อแฮ แพร่เริ่มตั้งแต่สี่แยกบ้านทุ่งอำเภอเมืองแพร่ ซึ่งเป็นสี่แยกใจ กลางเมืองแพร่ เข้าสู่ถนนช่อแฮ และตรงไปตามถนนช่อแฮ ผ่าน โรงพยาบาลแพร่สนามบินจังหวัดแพร่ หมู่บ้านเหล่า หมู่บ้านนา จักรหมู่บ้านแตหมู่บ้านมุ้งสถานที่ตั้งของ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวงอยู่ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลช่อแฮ ด้วยระยะทาง 9 กิโลเมตร จากตัวเมืองจังหวัดแพร่ Blog ท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ร้านชิค ๆ ในแพร่10 สุดยอดสถาปัตยกรรมอาคารเก่าแก่ในเมืองแพร่วัดเก่าแก่ในเมืองแพร</p>

<p data-v-3680a5a0="">&nbsp;</p>

<p data-v-3680a5a0="">,</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/20210727f76efea98eb26fb0dc098a128e5a3bc7143420.jpg' type='image/jpg' length='98571' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดจอมสวรรค์]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9632</link>
<guid isPermaLink="false">1f4538dbd6969130046387310ea96003</guid>
<pubDate>Wed, 28 Jul 2021 14:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>ดจอมสวรรค์ :</strong>&nbsp;สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2437 โดยชาวเงี้ยว ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในพม่า และเดินทางมา ค้าขายที่เมืองแพร่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ วัดจึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม ต่อมาได้รับการบูรณะจากชาวไทยใหญภายในวัดมีโบราณวัตถุที่มีคุณค่า่ หลายอย่างของเมืองแพร่และชาติไทยเป็นศิลปะอันล้ำค่าของพระพุทธ ศาสนา กรมศิลปากรได้เล็งเห็นความสำคัญของโบราณสถานและ โบราณวัตถุอันล้ำค่า จึงได้จดทะเบียนไว้ เป็นสมบัติของชาติ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เพื่อจะได้อนุรักษ์ ไว้ให้ลูกหลานสืบไป<br />
<strong>ข้อมูลทั่วไป</strong><br />
วัดจอมสวรรค์ ตั้งอยู่บนถนนยันตรกิจโกศล ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างด้วยศิลปะพุกาม (พม่า) มีศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่สวยงามและทรงคุณค่า ศาลาการเปรียญและกุฎิ อยู่ในอาคารเดียวกัน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีหลังคาเล็กใหญ่ลดหลั่นกันเป็นชั้นรวม 9 ชั้น ฝาผนังแบ่งเป็นตอนๆ คล้ายข้ออ้อย&nbsp;&nbsp;ภายในแสดงให้เห็นฝีมือการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง เสาและเพดานประดับกระจกสีงดงาม มีบันไดขึ้นลงด้านหน้า 2 ข้าง ประดับด้วยทองเหลือง ตีและเจาะให้เป็นลวดลายแบบพม่า เสาไม้ในส่วนของอาคารที่เป็นโบสถ์ลงรักปิดทอง ตกแต่งลวดลายคล้ายสีทองน้ำ มีข้อความเป็นภาษาพม่า จารึกไว้รอบเสามีจำนวนทั้งสิ้น 35 ต้น เสาอื่นๆ อีก 14 ต้น ลงรักปิดทองและประดับกระจกสี เจดีย์มีรูปทรงแบบพม่า คือ มีเจดีย์ใหญ่อยู่กลางรายล้อมด้วยเจดีย์เล็กทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 3 องค์<br />
<strong>ดเด่นหรือสิ่งที่น่าสนใจ</strong><a href="http://www.phrae.go.th/tem/tip/nature_phrae/images/04/5_2.jpg"><img alt="image" height="153" src="http://www.phrae.go.th/tem/tip/nature_phrae/images/04/5_2.jpg" width="234" /></a><br />
โบราณวัตถุภายในวัด ได้แก่ คัมภีร์โบราณที่ทำจากงาช้าง ดอกไม้หิน ปืนคาบศิลา หลวงพ่อสาน<br />
&bull;หลวงพ่อสานเป็นพระพุทธรูปที่สร้างโดยใช้ไม้ไผ่สานเป็นองค์ลงรัก ปิดทอง<br />
&bull; พระพุทธรูปงาช้าง ศิลปะแบบพม่า<br />
&bull; คัมภีร์งาช้าง หรือคัมภีร์ปาติโมกข์ โดยนำงาช้างมาบดแล้วอัดเป็น แผ่นบางๆ<br />
&bull;&nbsp;เขียนลงรักแดง จารึกเป็นอักษรพม่าบุษบกลวดลายวิจิตรงดงาม<br />
ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/20210727da2544386071b1b9c40be5d42cba47e9145627.jpg' type='image/jpg' length='96836' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดชัยสิทธิ์]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9649</link>
<guid isPermaLink="false">647f1e976761168adf9b431bc741926e</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พระธาตุขวยปู&rdquo; หากเอ่ยชื่อพระธาตุคงมีแต่ผู้คนสงสัย ว่าขวยปูหมายถึงอะไร และน่าสนใจอย่างไรถึงได้นำมาเล่าขานให้ได้อ่านกัน &nbsp;คำว่า &ldquo;ขวยปู&rdquo;หรือ ขุยปู นั้นหมายถึง &ldquo;รูปู&rdquo; &nbsp;&nbsp;เป็นพระธาตุที่มีอายุเก่าแก่เมื่อเทียบกับองค์พระธาตุที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพของชาวล้านนา หลายแห่ง ดังเช่นวัดพระสิงห์ ซึ่งพระเจ้าผายู ทรงสร้างเมื่อ พุทธศักราช 1888 &nbsp;,&nbsp;&nbsp; พระธาตุดอยสุเทพ &nbsp;พระเจ้ากือนา ทรงสร้างเมื่อ พุทธศักราช&nbsp; 1982 &nbsp;กว่า 600 ปี&nbsp;&nbsp; (ข้อมูลเหล่านี้อ้างอิงตามวารสารการพระศาสนาภาค 5 เดือน ธันวาคม 2507) และจากตำนานปรากฏเป็นประวัติผู้ซึ่งใช้นามว่า จันทร์วงศ์ ที่ได้กล่าวไว้ ถึง4 ยุคการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์ พระธาตุขวยปู<br />
<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พระธาตุขวยปู&nbsp; ประดิษฐานสถานอยู่ที่ วัดชัยสิทธิ์&nbsp; ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่</strong>&nbsp; มีประวัติความเป็นมาที่เล่าขานว่า ในบุพกาลสมัยเมื่อพระพุทธจ้าทรงเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ทรงกำเนิดเป็นปูนาใหญ่ สีเหลือง ตามตำนานเรียกว่า &ldquo;ปูคำ&rdquo; ปูคำเลี้ยงดูแม่ที่แก่ชราอาศัยอยู่ในถ้ำกก บ้านแม่ป้าก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปูคำเป็นปูที่มีความกตัญญู คอยดูแลแม่ผู้แก่ชรา คอยหาอาหาร หาน้ำ&nbsp; ดูแลและทำทุกอย่างไม่เคยเกลียดคร้านและพร้อมกันนั้นปูคำ ก็ได้บำเพ็ญ รักษาศีลภาวนา สั่งสมบารมีทาน อยู่ที่ถ้ำ จวบจนแม่เสียชีวิต ปูคำพระโพธิสัตว์ จึงได้ตัดสินใจที่จะเจาะรูเพื่อเดินทางออกจากถ้ำไปสั่งสมบารมีทาน ก่อนที่ปูคำจะเจาะรูออกจากถ้ำก็เกิดคิดถึงแม่ ถ้ำที่อยู่อาศัย &nbsp;และทุกอย่างที่หล่อเลี้ยงชีวิตของตนและแม่ ล้วนเป็นสิ่งที่มีพระคุณ จึงเจาะรูโพล่ขึ้นเป็นเนินพิเศษทางทิศตะวันออก ห่างจากถ้ำประมาณ 300 เมตร(ซึ่งปัจจุบันคือสถานที่ประดิษฐานพระธาตุขวยปู ) พร้อมตั้งจิตอธิฐานว่า ให้ที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า &nbsp;เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรินิพพาน พระอโศกมหาราชแห่งอินเดีย ได้ส่งพระธรรมทูตมาเผยแพร่ศาสนา และได้นำพระบรมสารีริกธาตุ ไหล่ด้านซ้ายของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐ์ไว้ในรูปู แล้วก่อเจดีย์ทับไว้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อเล่าจบแล้วผู้อ่านคงคลายสงสัย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ของพระธาตุขวยปู &nbsp;&nbsp;และประวัติความเป็นมาของพระธาตุขวยปู พระธาตุศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ และดิฉันขอถือโอกาสนี้ เชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่านโดยเฉพาะผู้ที่เกิดใน ปีกุน ปีจอ และปีขาล ตลอดถึงปีนักษัตรอื่นๆ มากราบไหว้สักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/20210727f7177163c833dff4b38fc8d2872f1ec6160809.jpg' type='image/jpg' length='96017' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9648</link>
<guid isPermaLink="false">123a259f751e1c41b112d4ac6c756dbb</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p align="justify">&nbsp; สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ มีประวัติสังเขปดังนี้ แต่เดิมพื้นที่สภาพเสื่อมโทรมแห้งแล้ง เป็นบ่อขุดลูกลังขาย ทางหมู่บ้านสงวนไว้เป็นกองกลาง ประมาณ ๓ ไร่<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พระครูวิจิตรธรรมาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหลวง และคณะผู้นำท้องถิ่น โดยมีนายทรงวุฒิ งามมีศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นางรัตนา งามมีศรี อดีตนายาเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่ นางธัญญาลักษณ์ จ้อยจรูญ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ นายชุมพล ปราชญ์วีระกุล นายกพุทธสมาคมจังหวัดแพร่ นายตาล อภัยกาวี นายแก้ว ธรรมสรางกูร นายคำมูล ถิ่นสุข คณะกำนันอาวุโส และบุคคลผู้มีเป็นกำลังสำคัญอีกหลายท่าน ตลอดถึงคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้พร้อมใจกันเลือกเนินเขาบริเวณดอยเด่นนางฟ้า ตำบลบ้านถิ่น เป็นสถานที่จัดตั้งพุทธอุทยาน พระบรมธาตุถิ่นแถนหลวง เฉลิมพระเกียรติ ร.๙ เนื่องในปีกาญจนาภิเษก ครองราชย์ครบ ๕๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช ทำการก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยมีพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมหาโพธิวงศาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหารเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่านพระครูศรีมลคลชยาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองแพร่ วัดชัยมงคลเป็นรองประธาน<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วัดพระธาตุถิ่นแถนหลวง</strong>&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร โดยกรมการศาสนาได้รับอนุญาตให้พื้นที่ป่าสงวนสภาพเสื่อมโทรมจากกรมป่าไม้ เนื้อที่ที่อนุญาตแล้ว ๑๘๙ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ขอซื้อสิทธิ์คืนจากราษฎรผู้จับจอง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/202107273416a75f4cea9109507cacd8e2f2aefc160404.jpg' type='image/jpg' length='93311' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดหนองบ่อ]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9647</link>
<guid isPermaLink="false">d278fe222f78be802f63795b24f3b75a</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p align="justify">ตามตำนานเล่าว่า เดิมทีพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านหนองบ่อนั้น จะเป็นหนองน้ำที่กว้างขวางกินอาณาบริเวณไปถึงบ้านกาซ้องร้องเป็ด บ้านเหมืองค่าสะบูในปัจจุบัน และเมื่อมีข่าวเรื่องการสร้างองค์พระธาตุขึ้นอยู่คู่เวียงโกศัยออกไปทั่วทุกสารทิศ ก็ได้มีพระธุดงค์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเดินทางรอนแรมมาจากทางทิศเหนือ หมายจะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุหรือสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ไปร่วมสร้างองค์พระธาตุแห่งนั้นด้วย เมื่อมาถึงบริเวณที่ดอนริมหนองน้ำก็ได้หยุดพัก แต่กลับเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นในคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง ไร้ซึ่งอสรพิษน้อยใหญ่ทั้งปวง หม้อที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรือสิ่งของศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ได้คว่ำลง โดยมิได้มีสิ่งใดถูกต้องเลย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว หัวหน้าพระที่ธุดงค์มาก็ได้ถือเอาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นนิมิตหมายอันดีที่พระบรมสารีริกธาตุประสงค์จะสถิตย์อยู่ ณ บริเวณที่ดินดอนแห่งนี้ จึงได้ช่วยกันสร้างสถูปขึ้นครอบหม้อพระบรมสารีริกธาตุที่คว่ำลงได้ โดยหมายเอาว่าในภายภาคหน้า สถูปแห่งนี้จะเป็นสถานที่ระลึกถึงพระพุทธองค์ และสถูปดังกล่าวก็ได้รับการบูรณะมาตามแต่ยุคสมัยตราบจนปัจจุบัน ซึ่งนับได้ราว ๒๐๐ กว่าปี จนคนเฒ่าคนแก่พูดกันว่า &ldquo; พระธาตุบ้านเฮานี้เป๋นปี้ของเจ้าพระธาตุช่อแฮ&rdquo; และชาวบ้านก็จะจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุขึ้นในช่วงเดือน ๕ (การนับเดือนของคนทางภาคเหนือ) ของทุกปี ซึ่งตรงกับการจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุปูแจ และพระธาตุจอมแจ้ง ดังคำที่คนทั่วไปกล่าวกันว่า &ldquo;คนเมืองแป้ต้องไปไหว้พระธาตุ จอมแจ้ง ช่อแฮ ปูแจ หม้อคว่ำ&rdquo;</p>

<p><strong>ที่ตั้ง</strong><br />
พระธาตุหม้อคว่ำ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านหนองบ่อ ต. กาญจนา อ. เมืองแพร่ จ. แพร่</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/202107279ca970ba21878ea07cb9e3b915e3fa3e160131.jpg' type='image/jpg' length='49031' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุดอยเล็ง]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9646</link>
<guid isPermaLink="false">085c9a9c315e0d69f112b6d068023891</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p align="justify">ประวัติความเป็นมา เป็นปูชนียสถานที่สําคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดแพร่ โดยมีตํานานเกี่ยวกับองค์พระธาตุว่า พระธาตุดอยเล็ง พระธาตุช่อแฮ พระธาตุจอมแจ้ง เป็นพระธาตุที่สร้างคู่กันมาโดยเล่าว่าสมเด็จพระสัม มาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดเวไนยวัตว์มาดอยลูกหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ ของดอยธชัคคะบรรพต เสด็จมาถึวจวนแจ้ง ณที่นั้นจึงได้ชื่อว่าดอยจวน แจ้ง (ใกล้สว่าง) ปัจจุบันเรียกว่า พระธาตุจอมแจ้งหลังจากนั้นจึงได้เสด็จ มาทางทิศเหนือถึงธชัคคะบรรพตและได้ประทับอยู่ที่นั้นและทรงมอบ พระเกศาธาตุให้ขุนลัวะอ้ายก้อมได้เก็บไว้ ณ ที่นั้นจากนั้นจึงเสด็จไปทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทรงประทับอยู่ ณดอยลูกหนึ่งซึ่งสูงกว่าดอยทั้งหมด ในเมืองโกศัยจึงเอาบาตรวางไว้ใกล้ ๆ ดอยลูกนั้นจึงเรียกว่า &ldquo;ดอยภูวาง&rdquo;</p>

<p align="justify">และได้เสด็จมาประทับบนดอยอีกลูกหนึ่งและได้ประทับแลดู ภูมิประเทศของเมืองโกศัย ทรงตรัสว่าที่นี่เป็นเมืองที่น่ารื่นรมย์ เหมาะแก่การสร้างบ้านสร้างเมือง การประทับแลดูนั้นตามภาษาพื้นเมืองเหนือแปลว่า &ldquo;เล็ง&rdquo; ดังนั้นดอยลูกนี้จึกเรียกว่า &ldquo;ดอยเล็ง&rdquo; พระธาตุดอยเล็ง ตั้งอยู่บนภูเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระธาตุช่อแฮ ประมาณ ๓ กิโลเมตร และห่างจากพระธาตุจอมแจ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๔ กิโลเมตร การสร้างพระธาตุไ่้ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่าสร้างใน พ.ศ. ใด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/202107278fd9e0c3925982b0059d2284844c94dc155424.jpg' type='image/jpg' length='80729' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุพระลอ]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9645</link>
<guid isPermaLink="false">e9a466942c6ea6e821ff78b05228b655</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/202107276a2095bc178dbb0ba00e8fd5f10306b2155206.jpg' type='image/jpg' length='826419' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดศรีดอนคำ]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9644</link>
<guid isPermaLink="false">d36f03e4aff1edf247002d67b3603954</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/202107279d2fca0d172d91f05c2b76807f54762d154901.jpg' type='image/jpg' length='60197' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุปูแจ]]></title>
<link>https://pre.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/9643</link>
<guid isPermaLink="false">fca562eec5e6a39607a695755155bbed</guid>
<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 15:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดพระธาตุปูแจ&nbsp;ตั้งอยู่ที่บ้านบุญเริง&nbsp;หมู่ที่ 4 บ้านบุญเริง&nbsp; ตำบลบ้านเวียง&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ปัจจุบันกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานแห่งชาติพระธาตุปูแจประดิษฐาน ในเจดีย์สี่เหลี่ยมจตุรัส&nbsp;ยาวด้านละ 4 เมตร สูง 4 เมตร บรรจุพระธาตุ ตาตุ่มข้างขวา (กระดูกข้อเท้า)ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นโบราณ&nbsp; สถานที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดแพร่สร้างมาแต่โบราณนาน หลายร้อยปหลายยุคี หลายสมัย และมีเจ้าผู้ครองนครแพร่หลาย ๆพระองค์ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ เป็นประจำเสมอมางานนมัสการพระธาตุ ปูแจ หรืองานขึ้นพระธาตุ ตรงกับวันขึ้น&nbsp;11-15&nbsp;ค่ำ&nbsp;เดือน 3 ของทุกปี (เดือน5 เหนือ)</p>

<p align="justify"><strong>ตำนาน</strong><br />
ในสมัยที่พระโพธิ์สัตว<a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="พระโพธิ์สัตว์ (หน้านี้ไม่มี)">์</a>เสวยพระชาติเป็นเนื้อทรายทอง<br />
ได้ถูกนายพรานติดตามรอยเป็นเวลานาน เมื่อเดินทางมาถึงเขาลูกนี้เกิดอาการบาดเจ็บ ขัดเบา (อาการของโรคปัสสาวะไม่ออก)ได้รับทุกข์ทรมานอยู่เป็นเวลานาน 3 วัน จึงถึงแก่ความตาย การเกิดขัดเบา(อาการของโรคปัสสาวะ<a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%84&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="ปัสสาวะไ (หน้านี้ไม่มี)">ไ</a>ม่ออก) ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ปวดแจ</p>

<p align="justify">เมื่อพระโพธิ์สัตว์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วได้เสด็จมาเผยแพร่ธรรมให้ประชาชนถึงดอยม่วงคำ<br />
&nbsp;(อำเภอเมืองพะเยา)เสด็จตามรอยทางเดิมถึงเขาลูกนี้ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์<br />
ซึ่งเสด็จตามจึงทูลถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ ก็ทรงตรัสเล่าถึงความหลังให้ฟังโดยตลอด&nbsp;<br />
พระอานนท์ก็ทูลขอว่าแห่งนี้ควรเป็นที่สักการะแห่งพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในกาลภายหน้<br />
าสืบไปพระพุทธเจ้าจึงพระราชทานเกศาเส้นหนึ่งให้แก่พระอานนท<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C" title="พระอานนท์">์</a>&nbsp;ณ บัดนั้นพระอินทร์<br />
ก็เนรมิต<a href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1" title="เนรมิตร (หน้านี้ไม่มี)">ร</a>ผอบมารองรับบรรจุพระเกศาไว้นำไปประดิษฐ์ในอุโมงค์เขาลูกนี้ และต่อมา<br />
ได้สร้างพระธาตุปูแจ ไว้ให้ประชาชนได้กราบไว้สักการะบูชา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pre.onab.go.th/th/file/get/file/20210727fcd19dfc53b2e1c686d7f99cd185ebf1154550.jpg' type='image/jpg' length='121739' />
</item>
</channel>
</rss>
